สเตนเลสสตีล(Stainless Steel): เป็นวัสดุที่นิยมที่สุดและปลอดภัยที่สุดควรเลือกใช้สเตนเลสเกรด 304 (หรือ 18/8)หรือ316ซึ่งเป็นเกรดที่ใช้กับอาหาร (Food Grade)มีความทนทานต่อการกัดกร่อนไม่เกิดสนิมและไม่ดูดซับกลิ่นหรือรสชาติของเครื่องดื่มสเตนเลส 316 จะดีกว่า 304 เล็กน้อยในด้านการทนทานการกัดกร่อนจากสารเคมีบางชนิด

มองหาสัญลักษณ์การรับรองมาตรฐานสากลเช่น FDA (Food and Drug Administration)ของสหรัฐอเมริกาหรือLFGBของเยอรมนีซึ่งเป็นเครื่องยืนยันว่าผลิตภัณฑ์นั้นผ่านการทดสอบและได้รับการรับรองว่าปลอดภัยสำหรับการสัมผัสอาหารและเครื่องดื่ม
หากไม่มีสัญลักษณ์เหล่านี้ควรเลือกซื้อจากแบรนด์ที่มีความน่าเชื่อถือ มีประวัติที่ดี และมีการรับประกันสินค้า
การเคลือบ:แก้วเก็บความเย็นบางรุ่นอาจมีการเคลือบด้านในเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บอุณหภูมิหรือป้องกันการเกิดกลิ่นควรสอบถามหรือตรวจสอบให้แน่ใจว่าสารเคลือบนั้นเป็น Food Gradeและไม่มีสารอันตรายปนเปื้อนโดยเฉพาะสารตะกั่วซึ่งเคยมีข่าวการปนเปื้อนในแก้วบางยี่ห้อ
รอยเชื่อม/รอยต่อ:ตรวจสอบว่ารอยเชื่อมหรือรอยต่อภายในแก้วเรียบเนียนไม่มีรอยแยกหรือรอยขีดข่วนที่อาจเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคหรือคราบสกปรก
ความแน่นหนา:ฝาปิดควรปิดสนิทไม่รั่วซึมเพื่อป้องกันการหกเลอะเทอะและการปนเปื้อนจากภายนอก
การถอดล้าง:จุดสำคัญที่มักถูกละเลยคือขอบยางหรือซีลยางของฝาและส่วนประกอบอื่นๆ ที่สัมผัสกับเครื่องดื่มควรถอดล้างทำความสะอาดได้ง่ายเพื่อป้องกันการสะสมของเชื้อรา แบคทีเรียหรือคราบสกปรกที่อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพหากทำความสะอาดไม่ทั่วถึง
วัสดุของฝา/หลอด:ตรวจสอบวัสดุของฝาและหลอด(ถ้ามี)ให้เป็นFood Gradeเช่นเดียวกับตัวแก้ว
เครื่องดื่มที่ไม่ควรใส่:แก้วเก็บความเย็นบางชนิดอาจไม่เหมาะกับเครื่องดื่มบางประเภทเช่น เครื่องดื่มอัดแก๊ส(อาจเกิดแรงดันจนฝาเด้งหรือแก้วเสียหาย)นมหรือผลิตภัณฑ์จากนม(อาจบูดเสียง่ายและทำความสะอาดยาก)หรือน้ำผลไม้ที่มีกรดสูง(อาจทำปฏิกิริยากับวัสดุบางชนิด) ควรอ่านคำแนะนำจากผู้ผลิต
การทำความสะอาด:ล้างทำความสะอาดแก้วทันทีหลังการใช้งานทุกครั้งโดยเฉพาะส่วนที่เป็นขอบยางหรือร่องต่างๆควรใช้แปรงขัดที่อ่อนนุ่มไม่ทำให้เกิดรอยขีดข่วนภายในแก้วเพราะรอยขีดข่วนเล็กๆ อาจเป็นที่สะสมของเชื้อโรคได้และควรผึ่งให้แห้งสนิทก่อนเก็บ

สนใจรับคำปรึกษาฟรี Line: @pattanapackaging