ยกเลิกเพดานยกเว้นภาษีกระทบกับวงการเเพคเกจจิ้งอย่างไร

ยกเลิกเพดานยกเว้นภาษีกระทบกับวงการเเพคเกจจิ้งอย่างไร

14 พ.ย. 2568   ผู้เข้าชม 24

ในช่วงปลายปีที่ผ่านมาประเทศไทยได้เริ่มประกาศบังคับใช้มาตรการใหม่ในการเก็บอากรขาเข้าสำหรับสินค้านำเข้าทุกชิ้น “โดยไม่มีขั้นต่ำ” จากเดิมหากนำเข้าสินค้าที่มีมูลค่ารวมค่าขนส่งและค่าประกันภัย (CIF) ไม่เกิน 1,500 บาท จะได้รับการยกเว้นภาษีอากรขาเข้า

มาตรการนี้ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้ประกอบการในประเทศที่ต้องเสียภาษีอยู่แล้ว แต่ในอีกด้านหนึ่งวงการแพ็กเกจจิ้งกลับเป็นหนึ่งในภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบโดยตรงมากที่สุด ทั้งในด้านต้นทุนการผลิต การนำเข้าวัตถุดิบและรูปแบบการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่ต้องปรับตัวอย่างรวดเร็วเพื่อให้สอดคล้องกับโครงสร้างต้นทุนใหม่ 

ต้นทุนวัตถุดิบพุ่งสูงขึ้น

ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ที่ต้องพึ่งพาวัตถุดิบนำเข้า เช่น เม็ดพลาสติก ฟิล์ม, กระดาษพรีเมียม, หมึกพิมพ์ หรืออุปกรณ์เสริมจากต่างประเทศจะแบกรับต้นทุนเพิ่มขึ้นทันที เพราะการสั่งซื้อทุกครั้งแม้ในปริมาณน้อยสำหรับการทดสอบ(Sample หรือ R&D)ก็ต้องเสียภาษีเต็มจำนวน

โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็กที่เคยอาศัยที่ความยืดหยุ่นของการนำเข้าล็อตเล็ก(Low-Volume,High Frequency)เพื่อลดความเสี่ยงหรือเพื่อตอบสนองคำสั่งซื้อเร่งด่วนอาจต้องปรับราคาขายสินค้าซึ่งการเพิ่มต้นทุนนี้อาจทำให้ต้องทบทวนกลยุทธ์ใหม่ทั้งในด้านการผลิตและการตั้งราคาขาย

โอกาสของผู้ผลิตในประเทศ

มาตรการนี้ทำหน้าที่เป็น"กำแพงภาษี"(Tariff Barrier)ทางอ้อมซึ่งเป็นแรงผลักดันสำคัญให้เกิดการปรับเปลี่ยนซัพพลายเชน

  • เพิ่มความสามารถในการแข่งขันของตลาดในประเทศ:ต้นทุนนำเข้าที่สูงขึ้นทำให้ราคาสินค้าบรรจุภัณฑ์สำเร็จรูปจากต่างประเทศไม่สามารถแข่งขันกับผู้ผลิตในประเทศได้ง่ายเหมือนเดิ

  • โอกาสสำหรับสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม(Sustainability):โรงงานในไทยที่มีศักยภาพผลิตวัสดุคุณภาพสูงและยั่งยืนเช่น พลาสติกรีไซเคิล (rPET, rHDPE) หรือ กระดาษที่ผ่านการรับรองมาตรฐานสิ่งแวดล้อม จะได้รับความสนใจเป็นพิเศษจากแบรนด์ใหญ่ที่ต้องการรักษาภาพลักษณ์ด้านความยั่งยืน (ESG) และลดความเสี่ยงด้านภาษี     

                                                                                                   

ซัพพลายเชนต้องปรับตัว

การเก็บอากรนำเข้าโดยไม่มีขั้นต่ำทำให้ธุรกิจในห่วงโซ่การผลิตต้องวางแผนใหม่ทั้งหมดทั้งในเรื่องการบริหารสต็อกการคำนวณระยะเวลาขนส่งและการเลือกแหล่งวัตถุดิบจากเดิมที่เคยใช้ระบบ“สั่งล็อตเล็กบ่อยครั้ง”เพื่อให้ยืดหยุ่นในการผลิตอาจต้องเปลี่ยนมาใช้แนวทาง “วางแผนระยะยาว” สั่งล็อตใหญ่ และทำสัญญาระยะยาวกับผู้ผลิตในประเทศแทน

สิ่งนี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดความเสี่ยงจากภาษี แต่ยังทำให้ระบบซัพพลายเชนของไทยเริ่มมีความมั่นคงและยั่งยืนมากขึ้นในระยะยาว

มาตรการอากรนำเข้าแบบไม่มีขั้นต่ำคือจุดเปลี่ยนสำคัญของเศรษฐกิจไทยทั้งในเเง่บวกเเละเเง่ลบที่วงการแพ็กเกจจิ้งต้องปรับตัวทั้งระบบ ตั้งแต่วัตถุดิบ การผลิตไปจนถึงดีไซน์และกลยุทธ์ของแบรนด์
แม้จะเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านที่ท้าทายแต่ในระยะยาวมันอาจกลายเป็นแรงผลักสำคัญให้อุตสาหกรรมแพ็กเกจจิ้งไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยการพึ่งพาทรัพยากรในประเทศมากขึ้น และสร้างเอกลักษณ์ “Made in Thailand” ที่แข็งแรงบนเวทีโลก


บทความที่เกี่ยวข้อง

5 เคล็ดลับสำคัญ ทำแพคเกจจิ้งยังไงไม่ให้โดนหลอก
25 มิ.ย. 2568

5 เคล็ดลับสำคัญ ทำแพคเกจจิ้งยังไงไม่ให้โดนหลอก

ปฏิเสธไม่ได้ว่าในโลกธุรกิจยุคนี้ ใคร ๆ ก็สามารถเริ่มต้นสร้างแบรนด์สินค้าได้ง่ายกว่าที่เคย “แพคเกจจิ้ง” จึงกลายเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญที่ช่วยเพิ่มมูลค่าและเสริมภาพลักษณ์ให้กับแบรนด์ แต่เบื้องหลังดีไซน์ที่ดูดีและคำโฆษณาชวนเชื่อ อาจแฝงไปด้วยกลลวงหรือค่าใช้จ่ายแอบแฝงที่ผู้ประกอบการมือใหม่อาจไม่ทันระวัง บทความนี้จะพาคุณไปรู้จัก 5 เคล็ดลับทำแพคเกจจิ้งอย่างชาญฉลาด พร้อมวิธีหลีกเลี่ยงการถูกเอาเปรียบจากโรงพิ
สกรีนโลโก้บนบรรจุภัณฑ์ช่วยสร้างแบรนด์ได้อย่างไร?
26 พ.ย. 2567

สกรีนโลโก้บนบรรจุภัณฑ์ช่วยสร้างแบรนด์ได้อย่างไร?

บรรจุภัณฑ์ในยุคปัจจุบันที่การแข่งขันทางการตลาดรุนแรง การสร้างแบรนด์ที่เป็นที่จดจำของลูกค้าจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง หนึ่งในวิธีที่ช่วยสร้างการจดจำและเพิ่มความโดดเด่นให้กับแบรนด์ของคุณคือการ "สกรีนโลโก้บนบรรจุภัณฑ์" การสกรีนโลโก้ลงบนบรรจุภัณฑ์ไม่เพียงแต่ช่วยเสริมภาพลักษณ์ของแบรนด์ แต่ยังเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการสร้างการเชื่อมโยงระหว่างลูกค้าและผลิตภัณฑ์ ซึ่งสามารถมีผลโดยตรงต่อการตัดสินใจซื้อของลู
การออกแบบบรรจุภัณฑ์ของผลิตภัณฑ์ล้านนาเมื่อรากวัฒนธรรมผสานกับการออกแบบร่วมสมัย
10 ก.พ. 2569

การออกแบบบรรจุภัณฑ์ของผลิตภัณฑ์ล้านนาเมื่อรากวัฒนธรรมผสานกับการออกแบบร่วมสมัย

การออกแบบบรรจุภัณฑ์ของผลิตภัณฑ์ล้านนาเมื่อรากวัฒนธรรมผสานกับการออกแบบร่วมสมัยการตีความอัตลักษณ์ใหม่ผ่านภาษาทางทัศนศิลป์ (Visual Language)หัวใจสำคัญของการออกแบบบรรจุภัณฑ์ล้านนายุคใหม่ คือการ "ผสานวัฒนธรรม" แทนการนำเสนอความวิจิตรบรรจงในรูปแบบดั้งเดิมที่อาจดูซับซ้อนเกินไปสำหรับการรับรู้ของคคนทั่วไป การนำองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรม ลวดลายหัตถกรรม หรือแม้แต่สัญลักษณ์มงคลพื้นเมือง มาปรับเปลี่ยนโครงสร้างให้